suppakarn's profile(^o^).........PhotosBlogListsMore Tools Help

(^o^).........

อะไรเอ่ย??....คือความรัก
Environmental ENG._SUT
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
kaleviwrote:
hellou ! good fomen days -., !HymyPunainen sydänPunainen ruusu
Mar. 8
Hi! ยินดีที่ได้รุจักนะจ๊ะ บทความโดนจัยเลย
รักษาสุขภาพด้วยน่ะ อากาศเปลี่ยนแล้วRed rose
Nov. 28

suppakarn rodyoy

Occupation
Location
เอาแต่ใจตัวเอง ชอบทำให้คนใกล้ชิดเสียใจ
December 04

“ความรัก” …กับ… “ความอดทน” …มักจะมาคู่กันเสมอ

 

ถ้ามีความรัก...ความอดทนก็จะมี
ยิ่งรักมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องอดทนเพิ่มขึ้น
แต่ถ้าต้องมีความอดทน ... ความรักก็เริ่มถอยหลังทีละนิด ทีละนิด
"ความรักไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ
ความอดทนก็ไม่ใช่ ความเห็นแก่ตัวเหมือนกัน"

แต่เมื่อใด.......ที่ รู้สึกว่า ความรักจืดจาง...
ความอดทนที่เคยมีก็มลายหายไปพร้อมๆ กัน
ความรู้สึกดีๆ ที่เรียกว่ารักก็จะไปด้วย
ต่อให้ทำดีแค่ไหน ความรักก็ไม่กลับคืนมา
ในเมื่อ ทั้ง "ความรัก" และ "ความอดทน" หมดไป

และถ้าเมื่อใด........ที่มีจำเป็นต้องจาก ทั้งๆ ที่ยังรัก
เพราะ "ความอดทน" กำลังจะหมด
มันยากที่จะเก็บซ่อน "ความเจ็บ" เอาไว้
แต่ไม่ยากที่จะเก็บซ่อนความอดทนไว้ภายใน.........
เพราะ...ถ้าเลือกที่จะรักต่อไป
ก็ยิ่งรู้สึกเจ็บมากขึ้น
 

ทางเลือกที่ดีที่สุด...อาจไม่สวยงามนัก
แต่จากกันตอนยังรัก...ดีกว่าเกลียดกันแล้วค่อยจาก
การลาจากในวันนี้...อาจทำให้เข้มแข็งและพร้อมจะมี...
รักครั้งใหม่ที่สดใสกว่าเดิมก็ได้ ...มิใช่หรือ...
 

จากกันเพราะรัก ดีกว่าจากกันเพราะเกลียด.....

February 18

เด็กหญิงความรักกับนายรองเท้า

ท่ามกลางเมืองที่แสนกว้างใหญ่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย
มีเด็กหญิงคนหนึ่ง ชื่อ เด็กหญิงความรัก
ทุกๆวัน เด็กหญิงความรักจะเดินทางไปที่ต่างๆตามลำพัง
ด้วยสองเท้าเปลือยเปล่า โดยไม่สนว่าพื้นที่ที่เธอเหยียบจะสกปรก
หรือสะอาด หรือร้อนระอุ หรือชื้นแฉะ หรือเต็มไปด้วยกิ่งไม้
เศษแก้วต่างๆ ที่จะทิ่มแทงเท้าอันบอบบางของเธอ

เด็กหญิงความรักยังมีความสุขกับการเดินทางด้วยเท้าเปล่า
เธอยังคงเดิน เดิน และเดินไปเรื่อยๆ อย่างเดียวดาย...

แต่แล้ววันหนึ่งระหว่างเดินทางตามปกติของเด็กหญิงความรัก
เธอรู้สึกเจ็บปวดที่เท้าทั้งสองข้างจนไม่อยากเดินทางต่อไป
ความรู้สึกเหงา และ ว้าเหว่ ก็เข้ามาหาเธอทันที

ทันใดนั้นเอง เด็กหญิงความรักก็ได้พบกับ "นายรองเท้า"
ซึ่งเป็นรองเท้าเก่าๆ คู่หนึ่ง ไม่ได้สะดุดตาอะไร

นายรองเท้าก็ทักเด็กหญิงความรักอย่างเป็นมิตร
"เท้าเธอคงจะเจ็บมาก ถ้าไม่รังเกียจ ให้ฉันเดินทางไปพร้อมๆ
กับเธอได้มั้ย ฉันสัญญาว่าจะปกป้องเธอเอง"

เด็กหญิงความรักได้ยินเพียงเท่านั้น ความรู้สึกอ้างว้าง
เดียวดายที่เคยมี ก็มลายหายไปทันที
เธอจึงตัดสินใจที่จะเดินทางไปในทุกที่พร้อมกับนายรองเท้า

แต่ต่อมาไม่นาน เด็กหญิงความรักก็ได้พบกับรองเท้าคู่ใหม่
โดยบังเอิญ รองเท้าคู่นี้แตกต่างจากนายรองเท้ามากนัก
เพราะเขาทั้งใหม่ สะอาด สีสันสะดุดตา และดีไซน์นำสมัย
อีกทั้งยังเป็นรองเท้าแบรนด์เนมที่มีราคาแพงอีกด้วย

เด็กหญิงความรักจึงตัดสินใจที่จะทิ้ง "นายรองเท้า" แม้ว่า
เขาจะสวมใส่สบาย และพร้อมที่จะก้าวเดินไปกับเธอทุกที่

เด็กหญิงความรักได้สวมรองเท้าคู่ใหม่ที่แสนจะ PERFECT
ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่พอดีกับเท้าเธอ
เพียงเพื่อต้องการให้ตนเองดูดีขึ้นในสายตาของผู้อื่น
ด.ญ.ความรักถึงกับยอมให้รองเท้ากัดจนเธอเจ็บปวดทรมาน
แต่เธอก็อดทน และพยายามเดินไปข้างหน้าต่อไป
ทั้งที่ในใจเธอนั้นไม่มีความสุขเลย

เพียงไม่กี่วัน ด.ญ.ความรักก็รู้ดีว่า
เธอกับรองเท้าคู่ใหม่นั้น เข้ากันไม่ได้เลย
เพราะหลายครั้งที่เขาทำให้เธอเสียใจ
เขาไม่พร้อมจะเดินทางไปกับเธอในทุกๆที่ เขากลัวการลำบาก
เขากลัวการถูกแปดเปื้อนจากพื้นดิน โคลนที่สกปรก

ด.ญ.ความรักกลับมานั่งทบทวนดูเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา
เธอพบว่าระหว่างเธอกับรองเท้าคู่ใหม่นั้น ยังขาดความเข้าใจ
ทำให้ตลอดระยะเวลาการเดินทาง ทั้งคู่ต้องพบกับปัญหาเสมอ
ถึงแม้ว่าใครๆต่างก็พากันอิจฉาเธอที่ได้ครอบครองรองเท้าใหม่
แต่เธอ...ก็เลือกที่จะถอดออก และกลับมาเดินเท้าเปล่าดังเดิม
มันอาจจะเจ็บเท้าบ้างในบางครั้ง แต่เธอก็สบายใจ
เพราะเธอสามารถเดินทางไปได้ทุกๆที่ ที่เธอต้องการ

ด.ญ.ความรัก เดินทางลำพังมาเป็นเวลานานพอสมควร
เธอเริ่มรู้สึกกลัว เหงา และโดดเดี่ยว เธออยากมีเพื่อนสักคน
ที่เข้าใจเธอ และพร้อมจะเดินทางไปกับเธอในทุกๆที่
ทันใดนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยตะโกนถามเธอว่า
"อยากมีเพื่อนร่วมทางสักคนมั้ยคร้าบ"
ใช่แล้ว ! มันเป็นเสียงของเขา .... นายรองเท้า .....

ด.ญ.ความรักดีใจมาก จนไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้
เพราะเธอคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้เจอเขาอีก
หลังจากที่เธอได้ตัดสินใจทิ้งเขาไปในวันนั้น
นายรองเท้ายังคงพูดประโยคเดิมๆ กับเธออีกครั้งว่า
"ถ้าไม่รังเกียจ ให้ฉันเดินทางไปพร้อมๆกับเธอได้มั้ย
ฉันสัญญาว่าจะปกป้องเธอเอง"

ด.ญ.ความรัก ยิ้มและตอบกลับไปว่า
"ขอบใจนะ...ฉันสัญญาว่าเราจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป"
นายรองเท้าตอบกลับอย่างอ่อนโยนว่า
"เธอไม่จำเป็นต้องสัญญาหรอก เพราะเมื่อไหร่ที่เธอรู้สึกเบื่อ
และอยากเป็นอิสระจากฉัน ฉันก็พร้อมที่จะให้เธอไป"
ด.ญ.ความรักรู้ในทันทีว่า "นี่แหละคือความเข้าใจ" ที่เธอรอ
คอยมานานแสนนาน แต่เธอเจอแล้ว และจะดูแลรักษาอย่างดี

ถึงแม้นายรองเท้าจะเป็นแค่รองเท้าธรรมดาๆ คู่หนึ่ง
ไม่ได้น่าชื่นชมในสายตาของคนอื่น
แต่สำหรับ ด.ญ.ความรักแล้ว เขาสำคัญต่อเธอมาก
เขาเข้าใจและห่วงใยเธอ เธอรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขา
แค่นั้นมันก็เพียงพอแล้วสำหรับเธอ

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
ด.ญ.ความรักและนายรองเท้าก็อยู่เคียงข้างกันตลอดไป
ในบางครั้ง เราอาจจะเห็น ด.ญ.ความรักไม่ได้ใส่รองเท้า
แต่อย่าเพิ่งตกใจ !! ลองมองดูในมือเธอสิ
นายรองเท้าอาจจะอยู่ในมือเธอก็ได้
เขาอาจต้องการให้เท้าของเธอเป็นอิสระจากการผูกมัดบ้าง
หรือเธออาจจะซักรองเท้าแล้วแห้งไม่ทันก็ได้ อย่าคิดมาก !!
October 27

เคยมั้ย? เมื่อคุณคิดถึงใครบางคน คุณรู้สึกทรมาน

เคยมั้ย? เมื่อคุณคิดถึงใครบางคน คุณรู้สึกทรมาน
เพราะคุณคิดไปว่า เขาคนนั้น อาจจะไม่ได้คิดถึงคุณอยู่
ถึงแม้ว่าการได้คิดถึงใครซักคนนั้น จะเป็นทุกข์บ้าง
แต่ก็ชุ่มชื่นหัวใจ.........
 
ไม่ทำให้คุณต้องมานั่งคิดกระวนกระวาย ว่า.....
คุณมีความหมายสำหรับเขาบ้างหรือเปล่านะ
เขาจะแคร์คุณบ้างไหมนะ
 
คุณจะรีบรับโทรศัพท์ทันที เพราะคิดว่า
อาจเป็นเขาคนนั้น
 
คุณมองออกไปนอกหน้าต่าง เพราะคิดว่า
เขาอาจจะปรากฎตัวอยู่ที่นั่น
 
คุณนั่งอยู่หน้าทีวี แต่จิตใจกลับคิดถึงเขาคนนั้น
จนทำให้พลาดตอนอวสานของละครเรื่องโปรด
 
คุณเอนกายลงบนเตียง
ก็พลันคิดถึงช่วงเวลาที่ไปไหนต่อไหนด้วยกัน
คุณคิดถึงแต่ว่า เราคงจะได้มานั่งมองดาวด้วยกันอีก
คุยกันทุกเรื่อง
ไม่ว่าจะเป็นความฝัน หรืออนาคต
 
คุณออนไลน์อินเตอร์เน็ท
เพื่อหวังจะได้พบเขา
และก็เริ่มวิตกกังวลว่าเขาจะเป็นอะไรไปหรือเปล่า
เมื่อเขาไม่ได้ออนไลน์
หรือตอบกลับมา
 
การได้คิดถึงใครบางคน
เป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยให้คุณเติบโต
และได้สัมผัสกับความเปลี่ยวเหงา
มันสอนให้คุณเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับความอ้างว้าง
และทำให้คุณรู้จักอีกความรู้สึกหนึ่ง นั่นคือ
ความว่างเปล่า
 
บางครั้ง มันก็รู้สึกดีนะ
ที่ได้คิดถึงใครซักคน
เพราะมันทำให้คุณรู้ว่า
คุณใส่ใจใครคนนั้น
และคุณปล่อยใจที่จะสัมผัสความรู้สึกรักและใส่ใจที่มีเขา
 
แต่ในขณะเดียวกัน การที่คิดถึงใครคนนั้น
โดยที่เราไม่รู้ว่า
เขารู้สึกเหมือนเราหรือเปล่า
ช่างเป็นความรู้สึกที่ทรมานเหลือเกิน
และคุณกลับรู้สึกว่า คุณถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง
 
ดังนั้น หากคุณคิดถึงใคร
จงบอกให้เขาได้รับรู้บ้าง
และเช่นเดียวกัน
ถามเขาซิว่า
เขารู้สึกอย่างเดียวกันหรือเปล่า
 
อย่าปล่อยให้ความรู้สึกคิดถึง
เปลี่ยนแปรเป็นความอิจฉา
หรือความหวาดระแวง
หากใครคิดถึงคุณ และคุณรับรู้
จงบอกเขาเถิด
ว่าคุณรับทราบแล้ว
 
หากคุณคิดถึงเขาตอบ ก็จงบอกเราเช่นกัน
อย่าให้เขา....รอ....เลยนะ 

**เด็กทารกที่เกิดมา...ไม่มีใบหู**

เช้าวันหนึ่ง..ที่โรงพยาบาล...

"ขอให้ชั้นดูหน้าลูกหน่อย..ได้มั๊ยคะ" คุณแม่คนใหม่เอ่ยขึ้น..

เมื่อห่อผ้าน้อย ๆ ..................อยู่ในอ้อมกอดเธอ เธอค่อย ๆ คลี่ผ้าที่ห่อออก.. เพื่อมองใบหน้าเล็ก ๆ ..................

กรี๊ดดดด.....เธอกรีดร้อง หมอต้องอุ้มเด็ก..ออกไปอย่างรวดเร็ว

**เด็กทารกที่เกิดมา...ไม่มีใบหู**

และแล้ว....กาลเวลาพิสูจน์ว่า.... การได้ยินของเจ้าหนู..ไม่มีปัญหา

ปัญหา..มีเฉพาะสิ่งที่มองเห็นภายนอก คือ....ใบหูที่หายไป

หลายครั้ง..ที่เจ้าหนูกลับจากโรงเรียน แล้ววิ่งมาบอกแม่

เธอรู้ว่า..หัวใจลูกปวดร้าวแค่ไหน...

เจ้าหนูพูดโพล่งออกมา..อย่างน่าเศร้า "พวกเด็กตัวโต ..พวกมันล้อผมว่า..-- X ตัวประหลาด--"

จนกระทั่ง.................... เจ้าหนูเติบโตขึ้น..หล่อเหลา..เป็นที่รักของเพื่อน ๆ..เค้ามีพรสวรรค์ ในด้านอักษรศาสตร์.. วรรณคดี..และดนตรี..เค้าอาจได้เป็นหัวหน้าชั้น...

แต่เพราะเจ้าสิ่งนั้น... ทำให้เค้า..ไม่อยากเจอใคร

"ลูกต้องพบปะกับผู้คนบ้างนะลูก" แม่กล่าว..ด้วยความสงสารลูก

พ่อของเด็กชาย.. ปรึกษากับหมอประจำครอบครัว และได้รับข่าวดีจากหมอว่า... "ผมสามารถปลูกถ่ายใบหูได้ครับ ถ้ามีผู้บริจาค..แต่ใครล่ะ..จะเสียสละใบหู..เพื่อเด็กน้อยคนนี้" คุณหมอกล่าว

จนกระทั่ง ...................2 ปีผ่านไป พ่อบอกกับลูกชาย.. "ลูกเตรียมตัวไปโรงพยาบาลนะ พ่อกับแม่..หาคนบริจาคใบหูที่ลูกต้องการได้แล้ว... แต่นี่เป็นความลับ"

การผ่าตัด..สำเร็จด้วยดี และแล้ว...คนคนใหม่ก็เกิดขึ้น..

....เค้ากลายเป็น..ผู้มีพรสวรรค์... เป็นอัจฉริยะในโรงเรียน...ในวิทยาลัย จนเป็นที่กล่าวขานกัน..รุ่นต่อรุ่น ต่อมาได้แต่งงาน... และทำงาน.. เป็นข้าราชการในสถานทูต

วันหนึ่ง.. ชายหนุ่มถามผู้เป็นพ่อว่า.

"พ่อครับ.. ใครเป็นคนมอบใบหูให้ผมมา ใครช่างให้ผมได้มากมาย.. แต่ผมไม่เคยทำอะไร.. เพื่อเค้าได้เลยสักนิด"

"พ่อไม่เชื่อว่า.. ลูกจะตอบแทนเค้าได้หมดหรอก. เรื่องนี้...................เป็นความลับ เราตกลงกันแล้ว" พ่อตอบ..

หลายปีผ่านไป.... มันยังคงเป็นความลับ

และแล้ว..วันนึง..วันที่มืดมิดที่สุด.. ผ่านเข้ามา..ในชีวิตของลูกชาย

แม่เค้าได้เสียชีวิตลง.

เค้ายืนข้าง ๆ พ่อ... ใกล้ X บศพของแม่

พ่อเรียกเค้า.. "มานี่สิลูก..มานั่งใกล้ ๆ นี่" พ่อลูบผมแม่อย่างช้า ๆ..และนุ่มนวล

ผมสีน้ำตาลแดง..ถูกเสยขึ้น จนมองเห็นใบหน้า.. ที่มองดูเหมือนคนนอนหลับ

...และแล้ว.. สิ่งที่ทำให้ลูกชาย..ถึงกับต้องตะลึง.. ...ใบหูของแม่...หายไป!..

แม่ไม่มีใบหู...

"นี่เป็นคำตอบ.. ที่ลูกอยากรู้มาตลอดชีวิต".. พ่อกระซิบผ่านลูกชาย

"แม่บอกพ่อว่า..เธอดีใจ................... ที่ได้ทำอย่างนี้..ตั้งแต่วันผ่าตัด..

แม่ไม่เคยตัดผมอีกเลย.. ไม่มีใคร..มองเห็นว่า.. เธอไม่สวยจริงมั๊ย?

จงจำไว้..

~สิ่งมีค่า...................ที่แท้จริง~ ไม่ได้อยู่ที่..การมองเห็น.. หากแต่อยู่ที่.. ~สิ่งที่เรา..มองไม่เห็น~

~ความรัก..ที่แท้จริง~ ไม่ได้อยู่ที่.. เราได้ทำอะไร.. แล้วมีคน..รับรู้.. หากแต่อยู่ที่.. สิ่งที่เรา..กระทำ..แล้วไม่มีใคร..รับรู้ ..

~ความรัก~ บางครั้ง.. ไม่จำเป็น.. ต้องพูดพร่ำเพรื่อ.. หากแต่อยู่ที่....การกระทำ. ซึ่งเรา..อาจรับรู้.. เพียงแค่..ฝ่ายเดียว..

อ่านจบแล้ว..ใช้สมอง..ตรึกตรองสักนิด..

ถ้าพรุ่งนี้..เราตายไป..

บริษัท.. สามารถหาคนมาแทนเราได้ ภายในไม่กี่วัน..

แต่ครอบครัวเรา.. ต้องสูญเสีย.. และคิดถึงเรา..ไปตลอด

เราได้ใช้ชีวิต..กับการทำงาน มากกว่าครอบครัว..หรือเปล่า?

ถ้ามากกว่า... ก็เป็นการลงทุน.. ที่ไม่ฉลาดเลยจริง ๆ..
October 21

กาแฟใส่เกลือ

เขาเจอเธอในงานเลี้ยงแห่งนึง เธอดูโดดเด่นมาก และมีคนมากมายรุมล้อมเธอ ในขณะที่เขาดูเป็นผู้ชายธรรมดาคนนึง ไม่มีใครใส่ใจเขาเลย
และหลังงานเลี้ยงเลิก เขาได้มีโอกาสชวนเธอไปทานกาแฟต่อ เธอประหลาดใจมาก แต่ท่าทีที่สุภาพของเขา ทำให้เธอตอบตกลง
พวกเขานั่งในร้านกาแฟดีๆแห่งนึง เขาดูประหม่าจนพูดอะไรไม่ออก เธอรู้สึกอึดอัดมาก จนคิดในใจว่า ได้โปรดให้ฉันกลับบ้านเหอะ แต่ทันใดนั้น.....
เขาถามบ๋อยว่า ขอเกลือป่นได้ไหม อยากเอามาใส่ในกาแฟ ทุกคนในร้านหันมาจ้องเขาด้วยความประหลาดใจ
เขาอายจนต้องก้มหน้า แต่ก็ยังเติมเกลือลงในกาแฟ และก็ดื่มมันเสียด้วย

ทำให้เธอต้องถามเขาอย่างอดไม่ได้ว่า เขาตอบว่าทำไมชอบกาแฟรสชาติแบบนี้ เขาตอบว่า เมื่อเขายังเด็ก บ้านเกิดเขาอยู่ริมทะเล เขาเป็นลูกน้ำเค็ม เล่นกับทะเลทุกวัน
เคยชินกับรสเค็มของเกลือ เหมือนกับรสชาติของกาแฟเค็ม เพราะฉะนั้นเมื่อทุกครั้งที่เขาได้ลิ้มรสกาแฟเค็มๆ เขาก็จะคิดถึงวัยเด็ก คิดถึงบ้านเกิด
เขาคิดถึงพ่อแม่ทียังอยู่ที่นั่น

เขาเล่าไปก็น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอรู้สึกสงสารเขาจับใจ นั่นเป็นความในใจลึกๆของเขา ผู้ชายคนไหนที่กล้าบอกว่าเขาคิดถึงบ้าน แสดงว่าเขาต้องรักครอบครัวอย่างมาก
และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ดังนั้นเธอก็เริ่มประทับใจในตัวเขา เริ่มชวนเขาคุย เล่าถึงบ้านเกิดของเธอบ้าง ชีวิตในวัยเด็ก ครอบครัวของเธอ
เธอกับเขาคุยกันถูกคอมากขึ้นเรื่อยๆ และจากการเริ่มต้นที่ดี ทำให้เขากับเธอคืบหน้าความสัมพันธ์ต่อไป

จนทีสุด เธอก็ค้นพบว่า เขาคือผู้ชายแบบที่เธอต้องการอย่างแท้จริง เขาใจกว้าง อ่อนโยน อบอุ่น และดูแลเป็นอย่างดี เขาเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ แต่เธอเกือบจะมองข้ามเขาไป!
ต้องขอบคุณกาแฟแก้วนั้น และชีวิตรักที่สวยงามเช่นนี้ ก็เหมือนดังเรื่องทั่วไป เมื่อเธอตกลงใจแต่งงานกับเขา
โดยทุกๆครั้งที่เธอชงกาแฟให้กับเขา เธอต้องใส่เกลือลงไปในกาแฟให้ทุกครั้งไป เธอรู้ว่านี่เป็นกาแฟที่เขาชอบมากที่สุด

หลังจากนั้นอีกสี่สิบปี เขาก็จากเธอไป ทิ้งจดหมายไว้ให้เธอฉบับนึง ข้างในมีใจความว่า

" ที่รัก อภัยให้ผมด้วย ที่ต้องโกหกคุณชั่วชีวิต มีเรื่องเดียวเท่านั้นที่ผมโกหกคุณ เรื่องกาแฟเค็มนั่น
จำวันแรกที่เรามีนัดกันได้ไหม ผมประหม่ามากในตอนนั้น จริงๆแล้วผมต้องการน้ำตาล แต่ผมพูดผิดเป็นขอเกลือ ซึ่งมันยากที่จะกลับคำในตอนนั้น ผมจึงต้องปล่อยมันไป
ซึ่งผมไม่คิดว่า นั่นจะทำให้เราได้เริ่มต้นการพูดคุยกัน ผมพยายามที่จะสารภาพกับคุณหลายต่อหลายครั้ง แต่ผมก็ไม่กล้าที่จะสารภาพออกไป
ทำให้ผมสัญญากับตัวเองว่า จะไม่โกหกอะไรคุณอีกแม้แต่ครั้งเดียว ตอนนี้ผมจากไปแล้ว ผมไม่ต้องหวาดกลัวอะไรอีก ดังนั้นจึงเล่าความจริงในจดหมายฉบับนี้
แท้จริงแล้วผมไม่ได้ชอบทานกาแฟรสเค็มเลยแม้แต่น้อย มันรสชาติค่อนข้างแย่ทีเดียว แต่ว่าผมทานมันตลอดทั้งชีวิตตั้งแต่ได้รู้จักคุณ ผมไม่เคยนึกเสียใจในสิ่งที่ทำเพื่อคุณเลย
การได้พบคุณเป็นความสุขอันยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดชีวิตของผม ถ้าผมได้มีโอกาสมีชีวิตอีกครั้ง ผมก็ยังอยากจะได้พบคุณ และมีคุณเป็นภรรยาผมอีกครั้งเช่นกัน
แม้ว่าผมจะต้องดื่มกาแฟรสเค็มอีกตลอดชีวิตก็ตาม! "

น้ำตาของเธอหยดใส่กระดาษจดหมายจนเปียกชุ่ม และหลังจากนั้น หากมีใครถามเธอ กาแฟรสเติมเกลือรสชาติเป็นเช่นไร เธอก็จะตอบเสมอว่า
" มันหวาน "

 
Photo 1 of 17